Posted by: DDeaw | ตุลาคม 20, 2009

ศพ (Postmortem) #01

เรื่องศพหรือ Postmortem นี่มีทั้งหมด ๔๗๐ หน้าในฉบับภาษาไทย ดังที่บอกไปเมื่อคราวก่อนๆ ผู้แปลคือคุณ “ประกายแก้ว” เล่นนี้ถือเป็นงานท้าทายของคุณประกายแก้วเลยก็ว่าได้ เพราะหนังสือเล่มนี้ได้รับรางวัลและคำชมจากสถาบันชั้นนำของอเมริกาอย่างท่วมท้น รวมถึงกระแสตอบรับจากนักอ่านชาวอเมริกันก็สูงเช่นกัน เป็นธรรมดาอยู่เองที่ผู้แปลย่อมต้องมีความรู้สึกกดดันเมื่อต้องแปลผลงานเรื่องเยี่ยมให้นักอ่านชาวไทยได้ติดตามกัน

เนื้อเรื่องของ “ศพ” ดำเนินไปแบบธรรมดาวันต่อวัน ใช้ระยะเวลาไม่นานมากแต่ดำเนินเรื่องค่อนข้างเร็ว การอธิบายรายละเอียดของผู้แต่งคือแพทริเซียนั้นทำได้ดีมากและทำให้ผู้อ่านที่แม้ไม่เคยคลุกคลีกับงานหรือสถานที่แบบที่บรรยายในหนังสือ ก็สามารถนึกภาพตามได้และไม่ค่อยยากเท่าใด แต่ที่อาจจะทำให้เสียอรรถรสไปบ้างสำหรับผู้อ่านชาวไทยคือการอ้างอิงข้อมูลของผู้แปล ซึ่งมีน้อยมากเมื่อเทียบกับข้อมูลที่มากมายเพื่อนำเสนอกับผู้อ่านให้ได้เข้าใจตรงกันกับที่ผู้เขียนต้องการสื่อ และดูเหมือนทางสำนักพิมพ์นานมีก็เล็งเห็นในจุดนี้ เล่มหลังๆ ข้อมูลเชิงอรรถเพื่ออธิบายต่อผู้อ่านจึงมีมากขึ้น

เพราะอย่าลืมว่าผู้เขียนแม้จะพยายามอธิบายเรื่องราวให้คนธรรมดาสามัญรับรู้ได้อย่างง่ายที่สุดแล้วก็ตามที แต่บางเรื่องก็ไม่สามารถทำให้คนอ่านเห็นภาพตามได้ทั้งหมด จึงเป็นหน้าที่ของผู้แปลที่จะต้องทำหน้าที่ค้นคว้าหาข้อมูลเพื่อทำให้ผู้อ่านเห็นภาพให้ได้ บางคนอาจเถียงว่าแล้วคนอเมริกันก็ไม่ได้รู้เรื่องการผ่าศพหรือเรื่องเทคโนโลยีต่างจากคนไทยทำไมเขาไม่งุนงงหรืออย่างไร? คำตอบคือใช่ แต่อย่าลืมว่านิสัยการอ่านของคนอเมริกันและภาษาที่ผู้เขียนเขียนนั้นเป็นการสื่อสารทางตรงที่ไม่มีตัวกลาง ในที่นี้คือ “ผู้แปล”

เพราะอะไรเราต้องมีคนแปลหนังสือ? ก็เพราะเราไม่รู้เรื่องในทุกภาษาที่มีผู้แต่ง ไม่เฉพาะภาษาอังกฤษเพียงอย่างเดียว ภาษาอื่นก็เช่นเดียวกัน หากเราเคยอ่านนิยายที่เป็นภาษาไทย ซึ่งพื้นฐานคนแต่งกับคนอ่านเหมือนกันเพราะเป็นคนไทยเหมือนกันก็จะไม่มีปัญหาอะไรมากนัก แต่หากเป็นชาวต่างชาติก็อีกเรื่องหนึ่ง คนบางประเทศอาจไม่เข้าใจว่าโง่เหมือนควายหมายความว่าอะไร? แต่คนไทยสำเหนียก และเมื่อหนังสือเล่มนั้นแปลเป็นอีกภาษา หน้าที่สำคัญของผู้แปลก็ตกอยู่กับเจ้าของภาษาผู้นั้นนั่นเอง

การสื่อสารจึงเป็นเรื่องสำคัญและเป็นเรื่องที่ผู้แปลคิดเป็นอันดับต้นๆ ในการแปลหนังสือแต่ละเล่ม เพื่อผู้อ่านชาวไทย บางท่านอาจจะสงสัยว่าเนื้อเรื่องบางเรื่องอ่านไม่เข้าใจหรือกระทั่งรู้สึกว่าไม่เห็นจะสนุกเลย ทั้งๆ ที่เรื่องนั้นในประเทศเจ้าของผลงานเป็นเรื่องที่โด่งดังและได้รับคำชมมากมาย เนื่องเพราะพื้นฐานดังที่ผมเล่าให้ฟัง

คำบางคำสื่อสารออกมาเป็นภาษาต้นฉบับ อาจเข้าใจง่ายกว่าที่จะพยายามแปลเป็นภาษาไทย

Posted by: DDeaw | ตุลาคม 18, 2009

เคย์ สการ์เพ็ตต้า #004

หลายคนคงคุ้นเคยกับเนื้อเรื่องที่ซับซ้อนซ่อนเงื่อน แต่คงไม่คุ้นกับเนื้อเรื่องที่ผูกโยงเข้ากันเป็นกระบวนหรือชุด ในชุดหมอเคย์นี้ก็เหมือนกัน ข้าพเจ้าได้บอกไปก่อนหน้าแล้วว่าหากท่านผู้อ่านไม่ได้อ่านเนื้อเรื่องมาแต่ต้นคือฉบับแรก ก็จะทำให้ขาดการมองภาพรวมที่มันหดสั้นลง และบั่นทอนอรรถรสในการอ่านและการรับรู้สารที่ผู้เขียนพยายามนำเสนอ และประการสำคัญรองลงมาในชุดหมอเคย์ สการ์เพ็ตต้าอีกเรื่องคือศัพท์แสงทางการแพทย์ ที่ผู้เขียนนำมาใช้ ตลอดจนศัพท์เทคนิคทางคอมพิวเตอร์หรือแง่มุมทางกฏหมาย เหล่านี้อาจทำให้มีหลายท่านเลิกสนใจไม่ติดตามเรื่องราวต่อๆ ไปของหนังสือชุดหมอเคย์เลยก็เป็นได้

ทำอย่างไรถึงจะอ่านให้สนุก?

คำถามนนี้ถามกันในหมู่ผู้อ่าน และสะท้อนไปยังผู้เขียน เพราะหากถึงที่สุดความรู้หรือข้อมูลที่นำเสนอผ่านเรื่องราวแม้จะตื่นเต้นหรือดีแสนดีเพียงใด หากคนอ่านธรรมดาๆ อย่างเราๆ ท่านๆ อ่านไม่รู้เรื่องหรืออ่านแล้วไม่เข้าใจ ก็ป่วยการจะไปบัญญัติให้เรื่องที่ว่านั้นเป็นหนังสือที่ดีได้ เป็นธรรมดาอยู่เองที่นักเขียนจำเป็นต้องพยายามสื่อสารและทำความเข้าใจไปถึงผู้อ่านโดยที่ศัพท์แสงทางวิชาการหรือเทคนิคจะไม่เป็นสิ่งบั่นทอนสุนทรียศิลป์ในข้อนี้

แพทริเซีย คอร์นเวลล์มีความรู้ในด้านที่เขียนเป็นอย่างดี ทั้งจากการที่คลุกคลีในงานที่เคยทำและศึกษาหาข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อใช้ในการเขียนเรื่องราวในหนังสือชุดมหอเคย์ สการ์เพ็ตต้า อาจจะมีผู้อ่านจำนวนไม่น้อยไม่เข้าใจในศัพท์แสงดังที่ได้กล่าวมาแล้ว วิธีการแก้คือผู้อ่านจำต้องศึกษาเพิ่มจากแหล่งอื่น ในกรณีที่ผู้แปล (ในเมืองไทย) ไม่ได้ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์มากพอในการทำความเข้าใจ แต่กระนั้นข้อจำกัดเหล่านี้ก็อาจหมดไปได้หากผู้แปลงานเขียนได้ทำความเข้าใจในเรื่องราวและสามารถอธิบายผ่านงานแปลออกมาให้คนได้อ่านกัน เนื่องจากหากผู้แปลได้ศึกษาหาข้อมูลทั้งเรื่องที่ผู้เขียน คือแพทริเซียเองเขียนที่ทำให้ผู้แปลไม่เข้าใจ ผู้แปลก็ย่อมต้องศึกษาหาข้อมูลเพิ่มเติมเช่นกัน

แม้ผู้แปลจะเข้าใจและรู้ละเอียดในเรื่องราวที่ผู้เขียนเขียนขึ้นก็ตาม แต่การสื่อสารอาจจะไม่สามารถส่งผ่านไปยังผู้อ่านได้ และนี่คือหน้าที่อีกขั้นของผู้อ่าน

การอ่านหนังสือไม่ว่าจะเป็นหนังสือประเภทใดหรือชนิดไหน หากผู้อ่านไม่พยายามค้นคว้าหาข้อมูลเพื่อทำความเข้าใจเลย ก็ป่วยการที่จะหยิบหนังสือเล่มไหนๆ ขึ้นมาอ่าน เพราะหน้าที่ของหนังสือแม้บางประเภทจะเป็นสิ่งประโลมโลกก็ตามที แต่ก็มีส่วนที่ทำหน้าที่ประเทืองปัญญาไปพร้อมๆ กัน

Posted by: DDeaw | ตุลาคม 16, 2009

เคย์ สการ์เพ็ตต้า #003

ในชุดหมอเคย์นี้อย่างที่ทุกท่านทราบไปแล้วว่ามีทั้งหมด (ตอนนี้ 2009) สิบเจ็ดเล่มจะไล่เรียงกันตั้งแต่แรกเพื่อที่จะได้หามาอ่านกันก่อนที่จะไถลไปไกลว่านี้

เล่มที่ 1 เรื่องศพ (Postmortem) 1990

เล่มที่ 2 เรื่องฆ่าเพราะรัก (Body of Evidence) 1991

เล่มที่ 3 เรื่องคู่รักมรณะ (All that Remains) 1992

เล่มที่ 4 เรื่องโทษประหาร (Cruel and Usual) 1993

เล่มที่ 5 เรื่องเหยื่อมายา (The Body Farm) 1994

เล่มที่ 6 เรื่องล่าฆาตกรโหด (From Potters Field) 1995

เล่มที่ 7 เรื่องลัทธิมรณะ (Cause of  Death) 1996

เล่มที่ 8 เรื่องไวรัสมฤตยู (Unnatural Exposure) 1997

เล่มที่ 9 เรื่องปริศนาโหด (Point of Origin) 1998

เล่มที่ 10 เรื่องใบสั่งสังหาร (Black Notice) 1999

เล่มที่ 11 เรื่องภาพลวง (The Last Precinct) 2000

ในระหว่างปี 2001 – 2002 แพทริเซียไม่ได้เขียนนิยายในชุดหมอเคย์ สการ์เพ็ตต้าออกมาเลย

เล่มที่ 12 เรื่องมืออำมหิต (Blow Fly) 2003

เล่มที่ 13 เรื่องร่องรอยสยอง (Trace) 2004

เล่มที่ 14 เรื่องปมจิตโหด (Predator) 2005

หลังจากเล่มที่ 14 เป็นต้นไปทางนานมีบุ๊คส์ยังไม่ได้แปลออกมาจำหน่ายทำให้ไม่มีชื่อเรื่องภาษาไทย และปี 2006 แพทริเซีย ก็ไม่ได้มีหนังสือในชุดหมอเคย์ออกมาเช่นกัน

เล่มที่ 15 เรื่องบุ๊คออฟเดด (Book of the Dead) 2007

เล่มที่ 16 เรื่องสกา์ร์เพ็ตต้า (Scarpetta) 2008

เล่มที่ 17 เรื่องสการ์เพ็ตต้าแฟคเตอร์ (Scarpetta Factor) 2009

หมายเหตุชื่อ Scarpetta ควรสะกดว่า “สการ์เพ็ตต้า” ที่มีร.เรือแล้วทัณฑฆาต( -์ )แต่เนื่องจากผู้เขียนเขียนผิดมาแต่ต้นก็ขอเลยตามเลยไปก็แล้วกัน

ส่วนในชุดอื่นนั้นมีอีก 8 เล่มด้วยกันซึ่่งในปีที่แพทริเซียไม่ได้เขียนงานเขียนในชุดหมอเคย์ สการ์เพ็ตต้าก็ได้ไปเขียนเรื่องอื่นหรือชุดอื่นซึ่งข้าพเจ้าจะนำมาเล่าอีก ในคราวต่อไป

postmortem1990

bodyofevidence1991allthatremains1992cruelandunusual1993thebodyfarm1994frompottersfield1995

causofdeath1996unnaturalexposure1997pointoforigin1998blacknotice1999thelastprecinct2000blowfly2003

trace2004predator2005bookofdeath2007scarpettascarpettafactor

Posted by: DDeaw | ตุลาคม 15, 2009

เคย์ สการ์เพ็ตต้า #002

หมอเคย์ สกาเพ็ตต้ามีเพื่อนตำรวจที่ทำงานกันแบบคู่หูเหมือนในหนังฮอลลีวู๊ดชื่อพีท มาริโน พีท มาริโนเป็นแบบฉบับที่นักเขียนเรื่องราวอาชญากรรมมักเขียนคือ สูบบุหรี่ สกปรก ขี้เหล้าและอื่นๆ นี่เป็นแบบฉบับในการวาดเค้าโครงตัวละครของหนังสือหรือกระทั่งภาพยนต์ของอเมริกันและภาพลักษณ์เหล่านี้ก็ติดต่อกันมาตั้งแต่ยุค 80 ซึ่งเราจะได้เห็นกันในหนังสือเกือบทุกเล่มในแนวสืบสวนสอบสวน อาจจะมีการเพิ่มบุคลิกขึ้นมาอีกหน่อยเมื่อตำรวจมีสัมพันธ์กับตัวเอกซึ่งอาจจะเป็นตำรวจด้วยกันหรือเป็นเหยื่อ ซึ่งเค้าโครงการสร้างดตัวละครในเรื่องชนิดนี้มีมาก่อนยุค 80 ด้วยซ้ำ แต่ในกรณีพีท มาริโนและหมอเคย์ไม่ใช่ในแบบหลัง เพราะทั้งคู่เป็นคู่หูกันในแบบที่เรียกเสียหัวเราะมากกว่า

และหากใครได้อ่านเรื่อง “ศพ” หรือโพสต์มอร์เต็มก็จะทราบและเห็นภาพตัวละครทั้งสองในหัวได้กระจ่างชัดเลยทีเดียว และจะสรุปตรงกันว่า “ช่างเป็นคู่ที่ไม่น่าคู่กันได้” เลยจริงๆ

หมอเคย์นั้นมีความเชี่ยวชาญมาในสายงานการพิูสูจน์ศพ แพทริเซียผู้เขียนก็เช่นกัน แพทริเซียไม่ใช่หมอและไม่ใช่หมอ เธอไม่เคยเรียนมาทางด้านนี้แต่เธอทำงานทางด้านนี้มาก่อน แรกสุดที่ห้องเก็บศพเธอเป็นเจ้าหน้าที่วิเคราะห์ระบบ ซึ่งไม่ใช่คนผ่าศพ เธอทำอยู่ที่เวอร์จิเีนียในสำนักงานเจ้าหน้าที่ชันสูตรศพถึงหกปี ก่อนหน้านั้นเธอทำงานด้านสื่อสารมวลชนที่หนังสือพิมพ์ชาร์ล็อต ออบเซิร์ฟเวอร์ จะสังเกตได้ว่างานที่เธอทำส่วนใหญ่มีความหมายและเป็นห้องสมุดชั้นดีในการศึกษาและทำความเข้าใจจนสามารถผลิตหนังสือแนว “สืบจากศพ” ได้เป็นอย่างดี

โพสต์มอร์เต็มเริ่มเรื่องในเวอร์จิเนียและจบในเวอร์จิเนียแต่ฉากสลับไปมาระหว่างสถานที่อาจทำให้รู้สึกวุ่นวายได้บ้างหากอ่านไม่กระจ่าง แต่ที่ประทับใจข้าพเจ้ามากในเรื่องนี้คือ “ความเป็นมืออาชีพ” ของแพทริเซีย คอร์นเวลล์

postmortemดังได้กล่าวมาแล้วว่าผู้เขียนได้ทำงานที่หนังสือพิมพ์มาก่อนทำให้ทราบรายละเอียดตลอดจนวิธีการในการทำงานและจิตวิญญาณในการเป็นผู้สื่อข่าว เรื่องโพสต์มอร์เต็มนี่มีเรื่องนี้เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย และดูเหมือนจะทำให้เนื้อเรื่องน่าติดตามมากยิ่งขึ้นเพราะเป็นส่วนสำคัญเลยก็ว่าได้

และเมื่อบวกรวมในความรู้และข้อมูลด้านการชันสูตรศพที่เธอคลุกคลีมาก็ทำให้เนื้อเรื่องของโพสต์มอร์เต็ม เต็มไปด้วยกลิ่นอายของฟอร์มาลีนและกลิ่นคาวเลือก ผสมความน่าอึดอัดของความอึมครึม นี่นับว่าเป็นการก้าวที่ยิ่งใหญ่ที่แพทริเซียเหยียบเข้ามาในโลกน้ำหมึกของอเมริกัน เรื่องโพสต์มอร็เต็มได้รับรางวัลมากมายจากสถาบันชั้นนำถึง 5 แห่งเช่นรางวัลเอ็ดการ์ ,จอห์น,ครีซีย์,แอนโธนี่และแมควาวิตี้ รวมถึงรางวัลนวนิยายประเภทผจญภัยหรือ Prix du Roman  d’Aventures ซึ่งน่าเพียงพอสำหรับคนที่ต้องการเครื่องยืนยันในความสนุกสนานของเรื่องนี้ได้

แพทริเซีย คอร์นเวลล์เล่าให้ฟังว่าตัวเธอและหมอเคย์ สกาเพ็ตต้านั้นเหมือนกันมาก คือเกิดที่ไมอามี่และหย่ามาแล้ว ซึ่งน่าจะเป็นการนำตัวตนของผู้เขียนเองเข้าเป็นตัวดำเนินเรื่อง ซึ่งดูจะทำให้นำ้หนักของการเขียนนวนิยายสมเหตุผลมากยิ่งขึ้นไม่ว่ามองในด้านคนเขียนหรือคนอ่านก็ตาม

แล้วพบกันใหม่

Posted by: DDeaw | ตุลาคม 14, 2009

เคย์ สการ์เพ็ตต้า #001

ไม่มีใครไม่รู้จักหมอเคย์ สกาเพ็ตต้า เธอเป็นลูกครึ่งอิตาเลี่ยน-อเมริกันและที่สำคัญเธอไม่ใช่หมอธรรมดา เธอเป็นหัวหน้าแพทย์ชันสูตรศพที่ริชมอนด์ เวอร์จิเนีย และหน้าที่ที่สำคัญของเธอก็คือผ่าศพ
นั่นไม่ใช่เรื่องจริง มันเป็นเรื่องที่สมมุติมาจากเรื่องจริง แพทย์หญิงสการ์เพ็ตต้าไม่มีอยู่จริงและเรื่องทั้งหมดเป็นนิยาย
แพทริเซีย คอร์นเวลล์เป็นคนเขียนเรื่องราวทั้งหมดในนวนิยายขายดีอันดับหนึ่งในอเมริกาและในเมืองไทย แพทริเซียเขียนเรื่องนี้เมื่อปี ค.ศ.1990 และหลังจากนั้นมันทำให้แวดวงนวนิยายสหรัฐฯ ดูคึกคักเป็นพิเศษ หลังจากซบเซามานาน เรื่องแรกที่เป็นที่กล่าวขวัญคือเรื่อง Postmortem โพสต์มอเต็มแปลเป็นไทยว่า “การชัณสูตรศพ” และเมื่อเรื่องนี้แปลเป็นภาษาไทยและนำมาวางขายในบ้านเราทางสำนักพิมพ์นานมีบุ๊คส์ได้ใช้ชื่อว่า “ศพ” ซึ่งดูจะเข้ากับเนื้อเรื่องและ “ภาษาแม่” เป็นอย่างดีเยี่ยม

แต่เรานำเข้ามาหลังจากเรื่องนี้โด่งดังในอเมริกากว่า 10 ปีแล้ว ผู้ที่แปลเรื่องนี้คือ “ประกายแก้ว” ซึ่งช่วงแรกๆ เราอาจจะไม่เข้าใจในสำนวนการแปลหนังสือ “อาชญากรรมแนวสืบสวนสอบสวน” สักเท่าไหร่ และที่ทำให้มันเป็นที่สนใจเพราะแพทย์หญิงคุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์เขียนนิยาย “สืบจากศพ” จนเป็นที่โด่งดังในเมืองไทย แต่คาดว่าหมอพรทิพย์น่าจะได้รับอิทธิพลมาจากหมอเคย์ ในเรื่องและแพทริเซีย คอร์นเวลล์ด้วยเหมือนกัน และทางสำนักพิมพ์ก็ได้นำเรื่องนี้เข้ามา รวมถึงยกหน้าที่การเขียน “คำนิยม” ในหนังสือชุด หมอเคย์นี้ให้เป็นหน้าที่ของหมอพรทิพย์เรื่อยมาPATRICIA CORNWALL

นวนิยายในกระบวนชุดหมอเคย์ สกาเพ็ตต้ามีด้วยกัน ณ เวลานี้ 17 เล่ม ใช้เวลาเขียนมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1990 จนถึงปัจจุบัน และคาดว่าหากคนเขียนคือแพทริเซีย คอร์นเวลล์ยังไม่หมดมุข พวกเราคงได้อ่านเรื่องของหมอเคย์กันอีกนาน

เนื้อเรื่องเป็นการฆาตรกรรมที่มีหมอและตำรวจเข้าไปเกี่ยวข้อง ต่อมาระยะหลังคือนับแต่เล่มที่ 3 เป็นต้นมาเนื้อเรื่องจะผูกติดกันมากยิ่งขึ้น และผู้อ่านต้องได้อ่านเล่มก่อนหน้ามาแล้ว ถึงจะรับทราบข้อมูลตลอดจนเนื้อเรื่งที่จะดำเนินต่อไปได้ในเล่มหลังๆ แต่หากว่าอ่านเอามันก็ไม่ต้องสนใจ แต่หากอยากอ่านเอาอรรถรสก็ควรเริ่มอ่านตั้งแต่เล่มแรกจะดีที่สุด

เพราะจะมีการนำเสนอเรื่องราวที่ค่อนข้างซับซ้อนและนวนิยาย “พวกนี้” เราต้องรู้ปูมหลังก่อนถึงจะเดินหน้าต่อไปได้

พรุ่งนี้ค่อยว่ากันต่อ—เรื่องนี้ยังอีกยาวเชื่อผมซิ

หมวดหมู่

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.